16 ตุลาคม 2552

ธาตุใหม่ที่เพิ่งค้นพบ woman VS man

ชื่อธาตุ : WOMAN

สูตรทางเคมี : Wo + Ma + N

ผู้ค้นพบ : MAN

มวลอะตอม : มาตรฐาน 50 Kg แต่อาจแปรเปลี่ยนได้จาก 40-80 Kg

ลักษณะทั่วไป : คล้ายกันหมดหากอยู่ในเขตเมือง

คุณสมบัติทางฟิสิกส์

1. พื้นผิวส่วนใหญ่เคลือบด้วยสารหอมระเหย และน้ำมันบำรุงผิว
2. เดือดที่อุณหภูมิต่าง ๆ เอาแน่ไม่ได้
3. ถึงจุดเยือกแข็งทันทีทันใดโดยไม่รู้สาเหตุ และอาจอยู่ที่จุดเยือกแข็งได้เป็นอาทิตย์
4. หลอมละลายหากได้รับการเอาอกเอาใจถูกวิธี
5. มีรสเผ็ดและขมถ้าใช้ผิดวิธี
6. แปรเปลี่ยนได้หลายสถานะตั้งแต่แข็งเป็นหินจนถึงอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ
7. ไม่ทนต่อการเสียดสี กระแทก กระทั้น

คุณสมบัติทางเคมี

1. บ้างมีฤทธิ์เป็นกรด บ้างหวานกว่าน้ำตาล บ้างเปรี้ยวกว่ามะนาวบ้างเปรี้ยวอมหวาน
2. ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับเพชร พลอย ทับทิม ทอง ดอกไม้ และสิ่งสวยงามทุกชนิด
3. ดูดซึมข่าวสารรอบตัวได้มากมายมหาศาล และคายข้อมูลข่าวสารได้รอบทิศทาง
4. อาจระเบิดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลและอาการเตือนล่วงหน้า
5. มีคุณสมบัติละลายเงินในกระเป๋าเมื่อเดินผ่านห้างสรรพสินค้า
6. เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับผลไม้รสเปรี้ยว ผัก สลัด และไม่เข้ากับไขมันทุกประเภท

ผลการทดลอง

1. วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างถูกที่
2. วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อมีวัตถุตัวอย่างที่สวยกว่าวางอยู่ใกล้
3. วัตถุตัวอย่างจะส่งเสียงไม่หยุดเมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ประโยชน์

1. แบกโลกไว้ครึ่งหนึ่ง
2. ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์
3. ทำให้โลกสดใส
4. สร้างความอ่อนโยนให้เกิดในสังคมมนุษย์
5. สร้างความตึงเครียดให้เกิดในสังคมด้วย

ข้อควรระวัง

1. สัมผัสด้วยความประณีตและให้เกียรติ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตราย
2. ครอบครองได้เพียงชิ้นเดียว ใครฝ่าฝืนจะเกิดอาการ สามเส้าดีซีส ทำให้ทุรนทุราย( โปรดใช้วิจารณญาณเป็นอย่างสูง ในการฝ่าฝืน เพราะไม่เพียงทุรนทุราย แต่ อาจมีอันตรายถึงชีวิต )
3. ระวังของปลอมซึ่งขณะนี้ได้ระบาดอยู่ทุกพื้นที่


ชื่อธาตุ : MAN

ลักษณะทั่วไป : มีความยาวโดยเฉลี่ย 170 ซ.ม แต่อาจแปรเปลี่ยนได้จาก 150-200 แล้วแต่ว่าพบในภาคใด

คุณสมบัติทางพันธุศาสตร์

1. เจริญเติบโตได้ดีในนิโคตินและแอลกอฮอล์
2. นิยมความรุนแรง
3. มีกลิ่นเหม็น ตามธรรมชาติ
4. เฉาง่าย หากไม่ได้รับการเอาอกเอาใจ
5. อยู่ไม่เป็นที่ หาตัวยาก
6. อาจเปลี่ยนไปได้หลายบุคลิก แล้วแต่สถานการณ์(ในทางภาษาศาตร์เรียกว่า \\\'กะล่อน\\\' )
7. การตอบสนองช้า ทนต่อการเสียดสีได้ดี
8. ความจำสั้น จดจำเรื่องในอดีตไม่ค่อยได้

คุณสมบัติทางเคมี

1. มีสารประกอบใช้ทำยาระบาย และยาเบื่อได้ดี
2. ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับสิ่งสวยงามที่ผ่านหน้า
3. เปลี่ยนได้หลายสีตามแต่ถิ่นที่อยู่อาศัย
4. คุณสมบัติเปลี่ยนรูปทรงได้เมื่อพบตระกุลใกล้เคียง

การทดสอบ

1. ตัดเนื้อเยื่อมาวิเคราะห์ พบว่าส่วนใบหน้ามีความหนามากว่าส่วนอื่นๆ
2. เมื่อสุ่มจากตัวอย่างทดลองเลี้ยงพบว่า ชอบเกาะยึดกันและกันมากกว่า จะเจริญเติบโตด้วยตัวเอง
3. มีปฏิกิริยาหวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า \\\'เมีย\\\' แต่ถ้ามีพวกเดียวกันอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จะแสดงอาการต่อสู้ไม่ยอมแพ้เมียทันที
4. จะมีความสุขมาก เมื่อได้ส่งเสียงโอ้อวดสรรพคุณของตัวเอง
5. กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง จะอ่อนตัวพ่ายแพ้ทันที ที่ประสาท ตาส่งสัณญาณภาพเพศตรงข้ามมาให้

ประโยชน์

1. สายพันธุ์ที่ดีหากนำมาไว้ในบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง แต่ไม่ค่อยพบในประเทศไทย
2. เป็นเพื่อนเล่นยามเหงา
3. เป็นยามเฝ้าบ้านที่ดี เอาไว้ป้องกันตัวก็ได้
4. เป็นพาหนะใช้แบกขนสัมภาระได้ดีในยามช็อปปิ้ง

ข้อควรระวัง

1. ควรเลี้ยงด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นอาจนอกลู่นอกทางได้
2. ไม่ควรให้อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เพราะจะยิ่งช่วยเร่งคุณสมบัติทางพันธุศาสตร์
3. ในตัวทดลองที่อายุมาก พบว่า มักมีอวัยวะลักษณะคล้ายงูยื่นออกมาจากศีรษะ และจะฉกอย่างว่องไวเมื่อมีสิ่งสวยงามอายุน้อยเดินผ่านมา
4. แพ้สารลลายบาง ชนิดได้แก่ คำพูดหวานๆ น้ำตา กิริยาออดอ้อนออเซาะ และสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า\\\'พริตตี้\\\'

08 ตุลาคม 2552

ความสุขกับเงิน


คุณทราบหรือไม่ว่า คน ๓ กลุ่มต่อไปนี้ ได้แก่

เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา ชาวอามิชในรัฐเพนซิลวาเนีย ชาวอินุยต์ในเกาะกรีนแลนด์ มีอะไรบ้างที่เหมือนกันหรือเท่ากัน ?

ก)อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด

ข)สัดส่วนการมีโทรศัพท์มือถือต่อประชากร ๑,๐๐๐ คน

ค)อัตราการตายด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน

ง)ความสุข

ถ้าคุณตอบข้อ ก)-ค) คุณก็ตอบผิดแล้ว คำตอบที่ถูกต้องคือ ข้อ ง)

จากการสอบถามความเห็นของประชาชนทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว พบว่าคนทั้ง ๓ กลุ่มข้างต้นมีความสุขกับชีวิตคิดเป็นคะแนนเท่ากัน คือ ๕.๘ (จากคะแนนเต็ม ๗) โดยมีชนเผ่ามาไซในแอฟริกาตามมาติด ๆ คือ ๕.๗

ผลการศึกษาดังกล่าวคงทำให้หลายคนอดแปลกใจไม่ได้ เพราะคนทั้ง ๓ กลุ่มนี้มีมาตรฐานความเป็นอยู่และรายได้แตกต่างกันอย่างมาก แต่กลับมีความสุขเท่า ๆ กัน ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือ เศรษฐีอเมริกันซึ่งมีเงินมากมายมหาศาล กลับมีความสุขมากกว่าชนเผ่ามาไซเพียงแค่ ๐.๑ คะแนนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายหลังแทบไม่มีสมบัติอะไรเลย นอกจากกระท่อม ธนู และสัตว์เลี้ยงไม่กี่ตัว

การค้นพบดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยหลายชิ้นที่ชี้ว่า ความร่ำรวยมิใช่ปัจจัยหลักของความสุข จริงอยู่คนเราจะมีความสุขก็ต้องมีเงินหรือทรัพย์สมบัติ อย่างน้อยก็ต้องเกินระดับความยากจน ถ้ายังกินไม่อิ่มนอนไม่อุ่น ก็ยากจะมีความสุขได้ ด้วยเหตุนี้คนเร่ร่อนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนียกับคนเร่ร่อนในกัลกัตตาจึงมีความ สุขแค่ ๒.๙ นั่นคือมีความสุขเพียงครึ่งเดียวของเศรษฐีอเมริกัน มองในแง่นี้ก็เห็นได้ไม่ยากว่า คนรวยมีความสุขมากกว่าคนจน

แต่เมื่อมีเงินหรือทรัพย์สมบัติถึงระดับหนึ่งแล้ว แม้จะมีเงินมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้นเลย คนอเมริกันและคนญี่ปุ่นมีรายได้สูงขึ้นและมีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วหลายเท่าตัว แต่น่าสังเกตว่าอัตราส่วนของคนที่บอกว่า “มีความสุขมาก” ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

ทำไมมีเงินมากขึ้นจึงไม่ทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น? เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ เราชินชากับความร่ำรวยหรือสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นได้รวดเร็วมาก วันแรกที่คุณได้รถคันใหม่ที่ขับนิ่มกว่าเดิมหรูหรากว่าเดิม แน่นอนคุณย่อมมีความสุข แต่เมื่อผ่านไปสัก ๓ เดือนหรือครึ่งปี คุณก็จะรู้สึกเฉย ๆ กับรถคันนั้นแล้ว พูดอีกอย่างหนึ่ง ความสุขที่เคยเพิ่มขึ้นได้ลดมาสู่ระดับเดิมก่อนที่จะได้รถคันนั้น

คำพูดที่ว่า “เงินซื้อความสุขได้” จึงมีส่วนถูกเพียงครึ่งเดียว ถ้าให้ถูกจริง ๆ น่าจะพูดว่า “เงินเช่าความสุขได้” อะไรที่เราเช่าหรือยืมมา เรามีสิทธิครอบครองได้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าไม่นานก็ต้องคืนเขาไป ความสุขที่ได้จากเงินก็เช่นกัน มันมาอยู่กับเราเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น

มีความสุขอีกมากมายที่ไม่ต้องใช้เงินเลย และสามารถอยู่ได้ยั่งยืนกว่า เช่น ความสุขท่ามกลางครอบครัวอันอบอุ่น ความสุขจากการสังสรรค์ในหมู่มิตร ความสุขจากการชื่นชมธรรมชาติ ความสุขจากการเอื้อเฟื้อผู้อื่น รวมถึงความสุขจากการทำสมาธิภาวนาชาวอามิช ชาวอินุยต์ และชาวมาไซ อาจไม่มีโอกาสเสพสุขจากวัตถุได้มากเท่าเศรษฐีอเมริกัน แต่สิ่งที่ให้ความสุขแก่พวกเขาอย่างมากมายคือ สัมพันธภาพอันงดงามทั้งกับผู้อื่นและกับธรรมชาติ รวมทั้ง

ความสุขจากใจที่สงบเย็นความสุขจากเงินนั้นมีเสน่ห์ตรงที่เข้าถึงได้ง่าย แต่อะไรที่ได้มาง่ายนั้นไม่ค่อยยั่งยืน (ลองนึกถึงความสุขจากเซ็กส์และยาเสพติดเป็นตัวอย่าง) แต่ความสุขจากสัมพันธภาพและความสุขจากจิตใจอันสงบนั้น แม้จะเข้าถึงยาก แต่อยู่ได้ยั่งยืนกว่าอย่างไรก็ตามมีวิธีหนึ่งที่เงินสามารถให้ความสุขอย่างรวดเร็วและยั่งยืน (อย่างน้อยก็นานกว่าการเที่ยวห้าง) นั่นคือ บริจาคเงินให้แก่คนจนหรือผู้ทุกข์ยาก รอยยิ้มของเขาสามารถทำให้คุณอิ่มเอิบไปได้นานทีเดียว
ที่มา : teenee.com

06 ตุลาคม 2552

9 วิธีรู้สึกดีกับตัวเอง

มีเคล็ดลับอยู่หลายข้อที่จะช่วยให้ผู้หญิงเรารู้สึกดีๆ กับตัวเองได้ ไม่ว่าเธอคนนั้นจะสูงต่ำดำขาวประการใด มาดูกันค่ะ

1.หยุดพูดถึงความอ้วน
คนเราถ้าเริ่มต้นคิดถึงเรื่องไหนๆ ในด้านลบ ก็มักจะจบลงด้วยความไม่ดีของตัวเอง อย่าย้ำเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่าทำไมฉันอ้วนอย่างนี้นะ อย่าเสียเวลาบ่นซ้ำซาก มันจะฝังลงในใจจนเรารู้สึกไม่ชอบตัวเอง สนใจในเรื่องสบายอกสบายใจดีกว่า เวลาทักกันเลิกทักว่าทำไมดูอ้วนขึ้นหรือผอมลงเสียทีก็ดีค่ะ

2.อย่าส่องกระจกนานไป
นักเขียนวัย 36 ปีคนหนึ่งบอกว่าชอบทำโยคะ เพราะไม่มีกระจกในห้องโยคะ จะได้ไม่ต้องเห็นรูปร่างของตัวเอง เธอไม่ได้ออกกำลังเพื่อลดความอ้วน แต่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสุขภาพดีขึ้น ถ้ายังมีกระจกอยู่ก็คงมัวแต่มองหุ่นของตัวเองว่าอ้วนแค่ไหน

3.เลิกอดอาหาร
วันที่ 6 พฤษภาคม เป็นวัน No Diet Day สากล มีสโลแกนว่า "การคิดถึงเอวเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับจิตใจ" และ "ชีวิตคืองานเลี้ยงฉลอง ไยฉันจึงต้องมาอดอยาก"

4.มองโลกในแง่ผอม
งานวิจัยหนึ่งของมหาวิทยาลัย Brock ใน Ontario สหรัฐฯ บอกว่า ผู้หญิง 31 เปอร์เซ็นต์ที่น้ำหนักปกติดีสุขภาพสมบูรณ์ คิดว่าตัวเองหนักเกินไป เปรียบเทียบกับผู้ชาย มีอยู่แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ที่คิดว่าตัวเองมีน้ำหนักเกิน เราต้องหยุดวิเคราะห์รูปร่างใครๆ รวมทั้งตัวเองเสียที

5.ใส่เสื้อผ้าที่ให้ความมั่นใจ
ผู้หญิงวัยร้อยปีคนหนึ่งบอกว่า การสร้างความประทับใจไม่ใช่รูปร่างหน้าตา แต่เป็นการสวมเสื้อผ้าที่มั่นใจ จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจโดยเฉพาะชุดเก่ง(คงต้องเชื่อเธอบ้างเพราะเธอผ่านชีวิตมาน านขนาดนั้น!)

6.พูดดีๆ กับตัวเอง
ถ้ามีคนพูดกับเราว่า "เธอน่ะอ้วนจะตาย คางเป็นชั้น อกนิดเดียว ก้นงี้ใหญ่เป็นกระจาด" คงแทบจะถลาไปบีบคอเขาใช่ไหมคะ ฉะนั้นก็ต้องหัดพูดกับตัวเองดีๆ ด้วยเหมือนกัน จะได้รู้สึกดีกับตัวเอง

7.เลิกชั่งน้ำหนัก
เราเข้าใจไปในทางเดียวกันว่า เครื่องชั่งน้ำหนักเป็นตัวคอยเตือนว่าเราน้ำหนักเกินไปหรือยัง แต่ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่ามันยิ่งทำให้เรากังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงไปสักโลฯ สองโลฯ เกินเหตุ ทั้งที่ดูด้วยตาเปล่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

8.เลิกปลื้มภาพตัวเองในอดีต
ภาพสาวเอวบางร่างน้อยในอดีตอันไกลโพ้นของเราก็ดีอยู่ที่ทำให้ปลื้มได้ไม่รู้จบ แต่อย่าติดอยู่กับอดีตให้มันตามมาหลอกหลอนจนเราหมดความสุขในปัจจุบัน

9.แต่งตัวเพื่อตัวเอง
ไม่ต้องเชื่อฟังข้อแนะนำความงามอยู่ตลอดเวลาหรอกค่ะ เรามักจะแนะนำว่าถ้าจะดูดีต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้ ห้ามใส่อย่างโน้นอย่างนี้ แม้ทำแล้วจะสวยขึ้นจริงๆ ก็ช่างมันบ้าง สนุกกับชีวิตดีกว่า

หลังจากอยู่ในกองข้อมูลเพียบขนาดนี้ ดิฉันเริ่มมองตัวเองในมุมใหม่ แม้ยังไม่เชี่ยวชาญดี แต่เริ่มรู้สึก...สวยขึ้นอีกนิดแล้วละสิ

จาก: นิตยสาร Teens & Family