07 กันยายน 2552

ศัพท์สยาม..เดิ้น เดิ้น แบบเทรนดี้จะได้ไม่เอ้าท์

คำศัพท์วัยรุ่นสมัยนี้ เขามีศัพท์อะไรบ้างมาดูชมกันเหอะ แบบชิว ชิว ไม่คิดมาก ^/^

ขั้นเทพ ................ เก่งมาก

เข้าวิน ................. อาการ กกน. เข้าร่องค่ะ T//////Tโอ้วว!

เกรียน ................. นิสัยไม่ดีสุดๆ + ถ้าเจอให้ตบทันที

โอโม่ ...................ใช้เรียกผู้หญิงที่ขาวมาก ๆ

งานเข้า..................ได้เรื่อง หรือ มีเรื่องเดือดร้อนเข้ามา

ติดหรู.................... ไฮโซ

จิตตก ................... สติเเตก

ซะงั้น ................... อ้าว ไงล่ะ

นี่หรือเมืองพุทธ ........ ปลงจนทำรัยไม่ถูก

เด้ง......................หน้าขาว

วัยรุ่นเซ็ง ...............ไม่ได้ดั่งใจตัวเองหรือว่า เซ็งไง แต่พูด

ซับแหมน ...............เหมือน HI! ไง ก้อ ทักทาย อ่า

MOdIfY ..........ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ตรงตัวมากเรย

ป๊อด .................... ปอด หรือว่า ขี้กลัวอะ หรือ ประมาณ ว่าไม่กล้า

เซอ.......................ติดดิน ง่ายๆ แล้วแต่ งัยก้อได้ ไม่เลิศไม่หรู เป็นคนสบายๆ เหมือนสมถะไง

เหนี่ยว ..................ต่อย ทำร้ายร่างกาย

เด็กแนว ................ เด็กที่ชอบทำตัวตามกระแส

เซด ...................... พูด

สาวก .................... แฟนพันธ์แท้ หรือว่า แฟนคลับ

ทำเนียน ................. ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นพวกเดียวกัน ทำตัวกลมกลืน

นอย ......................มาจากพารานอย ก้อคือ วิตกกังวลไง

ชิว ชิว................... ทำนองดูเบลอๆ ลอยๆ

เอ้าท์..................... เชย ตกกระแส โอ๊ย ไม่ไหวๆ

GeT ..................เข้าใจ อันนี้คงได้ยินบ่อยแล้วสินะ

FakE ............... โกหก ตรงตัว

เทรนดี้ ...................อินเทรน ทันกระแส ตามกระแส และก้อ ล้ำ มากๆด้วยแหละเทอร์

05 กันยายน 2552

เหตุผลที่ควรดีใจเมื่ออายุใกล้ 30 (555+)

เหตุผลที่ควรดีใจเมื่ออายุใกล้ 30 หรือ 30 ไปแล้ว...โดนมากๆ

1. เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง จะพูดจะคิดจะรู้สึก 'ก็ฉันเป็นอย่างนี้นะ' เธอไม่ชอบก็เรื่องของเธอสิ อาการแบบนี้จะเกิดขึ้นเสมอ ๆ

2. อารมณ์ฮอตระอุไม่รู้มาจากไหน แค่เห็นรูป หนุ่ม ๆ กล้ามงาม ๆ ตาอ้อน ๆ ก็หวิวไปทั่วร่างแล้ว ยืนยันว่าวัยเลขสองไม่เป็นแน่นอน

3. เริ่มเก็บเงินซื้อรถ และเลยไปถึงซื้อบ้าน

4. หนุ่ม ๆ เกือบทั้งนั้นอยากเดทกับคุณเพราะเขาบอกว่า 'คุณคุยได้ทุกเรื่อง'

5. ก็ในเมื่อมันเลยเลขสามมาแล้ว ทำไมจะต้องกลัวว่า 'ฉันจะได้แต่งงานมั้ยเนี่ย ' อีกล่ะ ความคิดคุณจะเปลี่ยนเป็น แต่งก็ได้ ไม่แต่งก็ได้แล้วกัน

6. คุณจะเป็นคนดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องไม่ดี มันทำมาหมดแล้ว

7. สามารถไปเที่ยวต่างจังหวัดค้างคืนกับแฟนได้ โดยไม่ต้องโกหกแม่ ถ้าแม่ว่า คุณจะจบลงด้วยประโยคว่า 'หนูสามสิบแล้วนะแม่ ' แล้วก็เดินเข้าห้องไปเก็บกระเป๋า

8. เปลี่ยนจาก ดูหนัง ช็อปปิ้ง วันเสาร์-อาทิตย์ กับเพื่อนสาว เปลี่ยนเป็น เราไปทำบุญ 9 วัดกันเถอะเธอ

9. กีฬาโหด ๆ บ้าคลั่ง ๆ ที่คุณไม่เคยกล้าทำ อย่างขี่เจ็ทสกี ปีหน้าผา..มา!ฉันจะทำให้หมดเลย! ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วนี่!

10. สิวที่เคยขึ้นในวัยยี่สิบ มันหายไปจริง ๆ คุณหน้าเกลี้ยงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

11. เริ่มอัพเกรดตัวเองจากเที่ยวพัทยา หัวหิน มาเป็น มัลดีฟส์บ้าง ฮ่องกงบ้างล่ะ

12. ประโยคฮิตติดปากคุณจาก 'ทำไมถึงทำอย่างนั้นกับฉัน ' จะเปลี่ยนเป็น 'ก็เรื่องของเธอแล้วกัน'

13. ผู้ชายคนนั้นที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจตัวเอง งี่เง่า และไม่เคยซื้อของดี ๆ ให้คุณเลย คุณยัง 'ทน'คบได้...ก็เขาก็เป็นอย่างนี้ของเขาแหล่ะ

14. ขี้เกียจ... เข้าใจ... และปลง เป็นทางออกที่ดีที่สุด

15. ไม่มีใครในโลกนี้โกหกคุณได้อีกแล้ว คติของคุณคือ 'ความชัดเจน' จะมาต้องประดิษฐ์หาข้ออ้างโกหกโน่??นี่ หาพระแสงอะไรไม่ทราบ

16. เอายังไงก็เอา ไม่คบก็ไม่เป็นไร คบก็คบกันแล้วดี ๆ ต่อกัน ถ้าจะไม่ดีกับฉัน ก็ไป ไม่ต้องมาคบ คือสโลแกนประจำใจ เวลาหนุ่มคนไหนดูท่าว่าเหมือนจะอยากมีความสัมพันธ์กับคุณ

17. ขนาดปารีส ฮิลตันที่ผู้หญิงทั้งโลกหมั่นไส ้ แต่เมื่อเข้าเลขสาม คุณจะมองเธออย่างสงสารแทน โถๆๆๆๆๆ หนูจ๋า เหนื่อยไหมนั่นน่ะ..

18. เปลี่ยนจากซื้อสร้อยลูกปัดพลาสติก เป็นสร้องทองคำของจริง!

19. เปลี่ยนจาก รูดหมูปิ้งข้าวเหนียวมื้อเช้า เป็น แครอทสดกับน้ำมะเขือเทศ!

20. คุณหัวเราะเสียงดังกระจายในร้านอาหารกับเพื่อนสาว ได้อย่างไม่สนใคร จะมีแค่คนหันมามองคุณ แล้วนึกเอ็นดูว่า ดูสิผู้หญิงเหล่านี้เขามีความสุขจังเลยนะ

02 กันยายน 2552

6 วิธีสร้างกายและใจให้มีความสุข

สังคมสมัยนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยมีปัญหาด้านความเครียดและความไม่สบายใจตามมา เมื่อเกิดความเครียดและภาวะที่จิตใจไม่สบาย ทำให้อีกสารพัดโรคพาเหรดกันถามหาคุณโดยมิได้นัดหมาย เป็นเรื่องยากที่จะสามารถหลีกหนีปัญหาหรือความเครียดรอบๆ ตัวไปได้

แต่ก็มีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้คุณผ่อนหนักเป็นเบาได้ เริ่มต้นจากการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในใจของคุณก่อน เพราะเมื่อจิตใจเป็นสุขจะสามารถรับมือกับสารพัดปัญหารอบตัวได้เป็นอย่างดี Men’s Health ฉบับนี้ขอแนะนำวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้จิตใจมีความสุข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณ

อย่าติดอุปกรณ์สื่อสารมากเกินไป

ปัจจุบันมีอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่สะดวกสบายขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น การใช้อุปกรณ์แบล็คเบอร์รีที่สามารถเช็คอีเมลได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตามการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างพร่ำเพรื่อ บางครั้งอาจทำให้คนรอบข้างคุณไม่สบายใจ กรณีที่คุณมีประชุมงานสำคัญ แต่คุณกลับสนใจกับอุปกรณ์มือถือมากกว่าบทสนทนาในการประชุม จนก่อให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าเทคโนโลยีสื่อสารอันทันสมัยกำลังทำลายบรรยากาศการทำงาน ไม่เพียงเท่านั้นยังพลอยทำให้คนรอบข้างอารมณ์เสียตามไปด้วย

ทอม มัสแบ็ก บรรณาธิการบริหารอาวุโส ยาฮู! ฮอตจ็อบส์ บอร์ดหางานออนไลน์ ได้ทำการสำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 1 ใน 3 จากกว่า 5,000 คน โดยพวกเขาเผยว่า เช็คอีเมลระหว่างการประชุมอยู่บ่อยๆ ในการสำรวจยังพบว่า อุปกรณ์อย่างแบล็คเบอร์รีทำลายสมาธิ และนำไปสู่การสูญเสียประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากคนไม่สนใจงานของตัวเอง ในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ ฮอตจ็อบส์ ยังระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 1 ใน 5 บอกว่า ถูกตักเตือน เพราะใช้อุปกรณ์ไร้สายไม่รู้จักเวลา

ขยันทำงานช่วยให้กาย-ใจ แข็งแรง

ใครบางคนเคยพูดไว้ว่า มีงานเยอะดีกว่าไม่มีงานทำยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ ใครมีงานทำก็ถือว่าโชคดีแล้ว แม้ว่าคุณจะบอกว่างานที่ทำอยู่เครียด แถมงานก็เยอะขึ้นทุกวัน แต่ถ้าลองคิดให้ดี การไม่มีงานทำเลยจะยิ่งเครียดกว่าหลายเท่าตัวนัก เพราะจะมีสารพัดปัญหารุมเร้าเข้าหาคุณทันที

บางคนที่ถูกปลดออกจากงานเนื่องจากพิษเศรษฐกิจทำให้สุขภาพกาย สุขภาพใจเขาแย่ลงโดยไม่รู้ตัว ผลการศึกษาล่าสุดจากคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสหรัฐอเมริกา พบว่า คนที่ถูกปลดออกจากงานอย่างกะทันหันมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น เคต สตัลลี นักวิจัยบอกว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันการตกงานเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเกิดได้กับทุกคนและส่งผลเสียต่อสุขภาพของพวกเขาตามมา

ผู้ที่ถูกปลดออกจากงานสุขภาพจะแย่ลง โดยเฉพาะคนที่เคยสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์มาโดยตลอด เมื่อโดยปลดออกจากงานแล้วกลับพบว่าสุขภาพเสื่อมลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพปานกลางหรือไม่ค่อยดีนัก ขณะที่ศาสตราจารย์เดวิดวิลเลียมส์ จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอกว่า ยุคนี้ไม่ใช่ว่าเราจะเน้นการดูแลสุขอนามัยอย่างเดียว แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าผลกระทบจากการตกงานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาวของเรา

เบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาชั่วคราว

ไม่ได้แนะนำให้คุณวิ่งหนีปัญหา แต่เมื่อสารพัดปัญหาประเดประดังเข้ามาจนทำให้คุณเครียด บางคนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อคุณยังแก้ปัญหาไม่ตกในขณะนั้น แนะนำให้คุณพาตัวเองไปทำอย่างอื่นก่อน เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนที่ชายทะเล หรือนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาใหม่งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การหันเหความสนใจไปจากปัญหาชั่วคราว จะทำให้คุณมีสมาธิมากขึ้นในการตัดสินใจกับปัญหาเฉพาะหน้า

เดวี เลอรูจ ศาสตราจารย์ด้านการตลาดของมหาวิทยาลัยทิลเบิร์กในเนเธอร์แลนด์ได้ทำการวิจัยเรื่องนี้เพราะต้องการหาคำตอบว่าการหันแหสมาธิจากการที่ต้องตัดสินใจอย่างกะทันหัน เพื่อประเมินข้อดีและข้อเสียของผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (เป็นตัวอย่างสิ่งของที่นำมาให้กลุ่มตัวอย่างทดสอบ)

เขาบอกด้วยว่าการเบี่ยงเบนความสนใจจากการตัดสินใจต่อเรื่องเฉพาะหน้า โดยหันไปทำอย่างอื่นแทนจากนั้นค่อยมาตัดสินใจในเรื่องนั้นอีกครั้งพบว่า พวกเขามีกระบวนการคิด การตัดสินใจที่แยบยลมากยิ่งขึ้น และสามารถชี้ให้เห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผลว่า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดสอบนั้นมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง ปล่อยให้ตัวเอง

ฝันกลางวันเสียบ้าง

การฝันกลางวันไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นเป็นคนเลื่อนลอยหรือเพ้อฝันไปวันๆ หนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วการฝึกตัวเองให้ฝันกลางวันเสียบ้างก็เป็นผลดีกับสมองของคนเรา เนื่องจากมีผลการวิจัยบ่งบอกว่าขณะที่ความคิดของเราล่องลอยไปนั้นสมองจะทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เรากำลังเผชิญหน้าในชีวิตประจำวัน

เมื่อไม่นานมานี้นักวิจัยได้สแกนสมองของอาสาสมัครที่นอนอยู่ภายในอุปกรณ์ที่สร้างด้วยสนานแม่เหล็กไฟฟ้า พบว่าสมองของเราจะทำงานหนักขึ้น เพื่อขบคิดปัญหาระหว่างที่เราฝันกลางวัน และยังพบว่าสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง มีการทำงานหนักเช่นกัน ผลการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ผลการวิจัยยังระบุด้วยว่าการฝันกลางวันอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าการพยายามบีบคั้นความคิดเพื่อให้ได้คำตอบต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างกะทันหัน

คาลินา คริสทอฟฟ์ นักวิทยาศาสตร์ด้านระบบประสาท ผู้อำนวยการห้องวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียในแคนาดา ซึ่งร่วมทำงานวิจัยครั้งนี้บอกว่าคนทั่วไปมักคิดไปเองว่าคนที่ใจลอย ฝันกลางวันไปเรื่อย มักเป็นพวกจิตว่าง ซึ่งจากการศึกษาล่าสุดได้ผลออกมาในทางตรงกันข้าม กล่าวคือระหว่างที่ดูเหมือนล่องลอยอยู่นั้น สมองของเราจะทำงานหนักกว่าเดิมเสียอีก คนที่ปล่อยให้ตัวเองฝันกลางวันจะสามารถนำความคิดที่อยู่ในสมองออกมาใช้งานได้มากกว่า

นอนตื่นสายบ้างในวันหยุด
ผมไม่ได้แนะนำให้คุณเป็นคนนอนกินบ้านกินเมืองนะครับ แต่อยากบอกคุณว่าในช่วงวันสุดสัปดาห์ หรือช่วงที่ลาพักร้อน และคุณไม่ได้มีธุระที่ไหน แนะนำว่าให้คุณหาเวลาไว้สำหรับการนอนตื่นสายบ้าง เพราะมีผลการวิจัยที่ทำโดยการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างระบุว่าการหาเวลานอนตื่นสายบ้างจะช่วยให้สมองของคุณปลอดโปร่ง ขบคิดปัญหาอะไรก็ง่ายขึ้น นักวิจัยได้นำคนสองกลุ่มมาเปรียบเทียบกันโดยการมอบหมายภารกิจที่ใช้วัดปฏิกิริยาการตอบสนอง โดยระหว่างการทดลอง อาสาสมัครจะเข้านอนและตื่นตามเวลาปกติ พบว่าพวกที่นอนหัวค่ำมีแนวโน้มตื่นก่อนคนนอนดึก 4 ชั่วโมง

ผลการทดลองยังพบว่า อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มปฏิบัติภารกิจได้ดีพอๆ กัน หลังตื่นนอนได้ไม่นาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 9 ชั่วโมงแล้ว ผลปรากฏว่าคนที่นอนดึกแต่ตื่นสายจะทำภารกิจได้เร็วกว่าและมีปฏิกิริยาตื่นตัวที่ดีกว่า ดร.ฟิลิปเป เปโนช์ จากมหาวิทยาลัยแลจในเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้เปิดเผยว่า แม้ทั้งสองกลุ่มจะตื่นนอนมานานพอๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าคนที่นอนแต่หัวค่ำจะรู้สึกง่วงมากกว่า ซึ่งจากการสแกนสมองพบว่าสมองส่วนที่เชื่อมโยงกับความสนใจสิ่งรอบตัวของพวกเขาเริ่มทำงานลดลงแล้ว

มอบความรักให้แก่กัน

ว่ากันว่าความรักเหมือนเป็นยาขนานเอกที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีความสุขและจิตใจพองโต ความรักยังเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้บุคคลนั้นมีพลังในการทำงานและใช้ชีวิต งานวิจัยจากเว็บไซต์ confetti.co.uk เปิดเผยข้อมูลว่าทีมนักวิจัยได้สอบถามสามีภรรยาประมาณ 3,000 คู่ เกี่ยวกับเคล็ดลับในการครองเรือนและสรุปผลออกมาว่า หลังแต่งงานแล้วสามีภรรยาควรบอกรักกันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง มีเพศสัมพันธ์กัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ กินข้าวด้วยกันภายใต้บรรยากาศโรแมนติกเดือนละ 2 ครั้ง และนอนอิงแอบแนบชิดกันบนโซฟาที่บ้านสัปดาห์ละ 3 คืน

ทีมนักวิจัยบอกด้วยว่าการโทรศัพท์หากันวันละ 3 ครั้ง ส่งอีเมล หรือส่งข้อความระหว่างอยู่ที่ทำงานจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่มั่นคง แม้ว่าคุณทั้งสองจะมีงานอดิเรกที่ทำร่วมกันแล้วก็ตาม แต่ต่างฝ่ายควรมีเวลาส่วนตัวบ้าง เช่น ออกไปเที่ยวกับเพื่อนของตัวเองเดือนละ 2 ครั้ง นักวิจัยกล่าวว่า การมีลูกหลังจากแต่งงานกันสองปังจะช่วยประคับประคองอารมณ์โรแมนติกของคนทั้งคู่ให้ยั่งยืนได้อีกด้วย

ที่มา : kapook.com